ReadyPlanet.com


วิธีคิด 'อากู๋แกรมมี่' กลยุทธ์โตแบบ 'เงินไม่กระดิก'


เจาะลึกแผนลงทุน "จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่" ผ่านวิธีคิด "อากู๋" ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ผู้ชายวัยทองผู้กำลังแสวงหา "ยุคทอง" ในปีมังกรทอง..คนอย่างผมทำอะไรต้องไม่ขาดทุน!!!


ผู้ตั้งกระทู้ Admin :: วันที่ลงประกาศ 2012-04-22 15:40:10


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (3284373)

แม้ดวงชะตาของ “พี่ใหญ่” วงการบันเทิง “อากู๋” ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ผู้ก่อตั้งบมจ.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ร่วมกับ “เต๋อ" เรวัต พุทธินันทน์ ปีนี้จะ "ชง" (ปะทะ) กับ "ปีมะโรง" เพราะเขาเกิดวันที่ 27 พฤษภาคม 2492 ปีฉูล (วัว) ปัจจุบันอายุ 63 ปี

แต่ด้วยเป็นคนอุปนิสัยคิดการณ์ไกล ใฝ่สูงทะเยอทะยาน รักความก้าวหน้า และพยายามที่จะแสวงหาความเจริญ “วัว” ตัวนี้ จึงเดินหน้ารุกธุรกิจใหม่ “แพลตฟอร์ม โอเปอเรเตอร์” ผู้ให้บริการครบวงจรรองรับได้ทั้งฟรีทีวีและเพย์ทีวี (ผ่านดาวเทียม) ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกันยายน 2554

"อาจารย์ช้าง" ทศพร ศรีตุลา โหรหนุ่มเจ้าของฉายา ซินแสยุค 2009 หรือ ซินแสไฮโซ หลานชายหมอดูชื่อดัง อรรถวิโรจน์ ศรีตุลา ทำนายดวงชะตาฉบับย่อของ “อากู๋” ให้กรุงเทพธุรกิจ BizWeek ฟังว่า พื้นดวงอากู๋แกรมมี่เป็น “คนเหนือดวง” แม้ปีฉลูจะ "ชง" กับปีมะโรง (ปีมังกร) แต่เป็นการชงที่ดีมาก

 

"เขาผ่าน "แซยิด" (อายุเกิน 60 ปี) มาแล้ว ตามตำราจีนเชื่อว่าคนที่อายุเลย 60 ปี เหมือนผ่านมังกรมา 60 ตัว เรียกได้ว่าผ่านมาแล้วทุกเรื่อง จากนี้ไปชีวิตเขาจะเจอแต่เรื่องที่ดี" อาจารย์ช้างวิเคราะห์พื้นดวงคร่าวๆ

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2555 ที่ผ่านมาอากู๋มีการวางตัวขุนศึกแยกหน้าที่กันอย่างชัดเจน โดยวางตัว บุษบา ดาวเรือง เป็นซีอีโอกลุ่มบริหารส่วนกลาง สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา เป็นซีอีโอสายธุรกิจสื่อ กริช ทอมมัส เป็นซีอีโอสายธุรกิจเพลง และ ธนา เธียรอัจฉริยะ เป็นซีอีโอสายธุรกิจบรอดแคสติ้ง ที่ถูกวางน้ำหนักสร้างรายได้สูงที่สุดในอนาคต

การขยายตัวเข้าสู่ธุรกิจบรอดแคสต์ จะอยู่ภายใต้การบริหารงานของ "จีเอ็มเอ็ม วันสกาย" รับผิดชอบการจำหน่ายกล่องรับสัญญาณดาวเทียม "วันสกาย" รวมทั้งการซื้อลิขสิทธิ์คอนเทนท์กีฬาดังๆ เช่น ฟุตบอลยูโร 2012 บุนเดสลีกา และกีฬาประเภทอื่นๆ

ในปีนี้ วันสกายมีเป้าหมายใหญ่เสนอตัวร่วมประมูลลิขสิทธิ์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ในช่วงเดือน พฤษภาคม-มิถุนายน นี้ โดยเป็นการประมูลเพื่อบริหารลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีก 3 ฤดูกาล คือ 2012/13, 2013/14 และ 2014/15 โดยเตรียมงบประมาณในการประมูลไว้ 2,000-3,000 ล้านบาท เพื่อเบียด "ทรูวิชั่นส์" ผู้ถือลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดในปัจจุบัน

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin วันที่ตอบ 2012-04-22 15:40:48


ความคิดเห็นที่ 2 (3284374)

นับเป็นครั้งแรกที่อากู๋ "งดจ่ายเงินปันผล" สำหรับงวดครึ่งปีหลัง 2554 เพื่อสำรองเงินสดในมือให้มากที่สุด ขณะที่เมื่อย้อนกลับไปในปี 2554 นายใหญ่แกรมมี่ ประกาศตัวเลขรายได้ขายกล่องวันสกายภายใต้แนวคิด “ออล อิน วัน สกาย เยอะดี น่าดู” ในปีแรก (2555) แบบท้าทายที่ 2,500 ล้านบาท คิดเป็นยอดขายประมาณ 1.5 ล้านกล่อง แถมตั้งเป้าหมายโกยเงินในปี 2556 ที่ 2,800 ล้านบาท และในปี 2557 ที่ 3,136 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตปีละ 12% โดยมีคู่แข่ง "หัวเราะ..หึหึ!!" เข้าหูนักข่าวเต็มสองรู เปิดตัวมาหลายเดือนยังไม่เห็นฤทธิ์เดชเหมือนที่คุย

"หากเราได้พรีเมียร์ลีก จะทำให้กล่องวันสกายแจ้งเกิดในตลาดทันที เพราะเป็นกีฬาฟุตบอลที่ได้รับความสนใจอันดับหนึ่งในกลุ่มคนไทย แต่ยอมรับว่าปีนี้มีการแข่งขันสูง แต่เชื่อว่ากลุ่มที่น่าจะมีโอกาสชนะการประมูล คือ กลุ่มที่เป็นเจ้าของแพลตฟอร์ม" อากู๋แสดงความมั่นใจลึกๆว่า "(กู)ได้แน่!"..ฉะนั้นศึกครั้งนี้นายใหญ่แกรมมี่จะปราชัยไม่ได้ เพราะหมายถึงการแจ้งเกิดของกล่องวันสกายจะริบหรี่ทันที

คนในแวดวงธุรกิจสื่อมองว่าเกมนี้อากู๋ต้องเทหมดหน้าตัก ถ้าไม่ "รุ่ง" ก็มีสิทธิ "ร่วง" นอกจากระดมทีมงานมืออาชีพชุดใหญ่มาช่วยปลุกปั้นแผนการลงทุนครั้งยิ่งใหญ่ในรอบ 28 ปีแล้ว ล่าสุดยังส่งสองลูกชาย ฟ้าใหม่ ดำรงชัยธรรม และ ระฟ้า ดำรงชัยธรรม เข้ามา “ผจญภัย” เรียนรู้งานใน “วันสกาย” เพราะวันหนึ่งทั้ง 2 คน ต้องรับมรดกบริหารงานต่อ

“ผมกำลังจัดทัพใหม่ใน “จีเอ็มเอ็ม วันสกาย” โดยจะทยอยมี “เซอร์ไพรส์” ออกมาเรื่อยๆ เพราะอีก 5 ปีข้างหน้า (2555-2559) ธุรกิจ “จีเอ็มเอ็ม วันสกาย” จะขึ้นมาเทียบชั้น “จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่” เขาจะเป็น “พระเอก” คนใหม่ของเรา” อากู๋ไพบูลย์ กล่าวกับกรุงเทพธุรกิจ BizWeek

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin วันที่ตอบ 2012-04-22 15:41:11


ความคิดเห็นที่ 3 (3284375)

อากู๋ไล่เรียงให้ทีมข่าวฟังว่า “เซอร์ไพรส์แรก” เรามีแผนขายหุ้น จีเอ็มเอ็ม วันสกาย ให้กับพันธมิตรสัญชาติอเมริกา 1 ราย ประมาณ 20-25% มีการเซ็นสัญญา MOU ไปแล้วเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

"พันธมิตรรายนี้ เขาเป็นเพื่อนสนิทของผม เรารู้จักกันมานานหลายปีแล้ว แต่เริ่มคุยเรื่องจริงจังเมื่อ 2 เดือนก่อน เพื่อนผมคนนี้ เขามีเทคโนโลยีที่สามารถเอื้อประโยชน์ให้กับ “จีเอ็มเอ็ม วันสกาย” เพื่อความเติบโตอย่างยั่งยืน ที่สำคัญเขามี “เงิน” เรียกได้ว่า “สเปกถูกใจใช่เลย” (หัวเราะ) แต่จะเป็นใคร ชื่ออะไร ขอเก็บไว้เป็นความลับก่อน"

นายใหญ่แกรมมี่ กระซิบว่า หากไม่มีอะไรผิดพลาดภายในเดือนเมษายน นี้ เขาต้องจ่ายเงินค่าหุ้นให้กับเรา เพราะตามกระบวนการแล้ว บล.ธนชาติ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาทางการเงินจะต้องส่งดิวดิลิเจนท์ให้พันธมิตรรายนี้ภายในเดือนมีนาคม 2555 ส่วนราคาขายยังไม่รู้ คงต้องดูตาม P/E ท้องตลาด

"ก่อนผมจะตัดสินใจขายหุ้นให้เพื่อนชาวต่างชาติรายนี้ เราคุยอยู่กับพันธมิตรหลายรายมาก คุยกับชาวอเมริกา 2 ราย ญี่ปุ่น 1 ราย ไต้หวัน 1 รายและ คนไทย 2 ราย ตอนแรกตั้งใจจะขายหุ้น จีเอ็มเอ็ม วันสกาย ให้นักลงทุนต่างชาติ 20% นักลงทุนคนไทย 20% แต่เมื่อคุยรายละเอียดกับพันธมิตรรายนี้แล้ว เห็นว่าเขามีทุกอย่างในแบบที่เราอยากได้ ฉะนั้นก็ไม่จำเป็นต้องมีนักลงทุนคนไทยแล้ว แต่ก็ไม่แน่! ก่อนจบกระบวนการเราอาจมีเซอร์ไพรส์เพิ่มก็ได้"

สำหรับแผนการต่อไปอาจนำจีเอ็มเอ็ม วันสกาย "เข้าตลาดหุ้น" แต่คงยังไม่ใช่เร็วๆนี้!!!

อากู๋ไพบูลย์ ย้ำว่า "คนอย่างผมทำอะไรต้องไม่ขาดทุน ต้องไม่เสียเปรียบ ที่สำคัญเงินในกระเป๋าต้องอยู่ครบ ถ้าทำแล้วไม่รุ่งไม่แตะเด็ดขาด"

สำหรับแผนการใช้เงิน เจ้าตัวบอกว่า เงินที่ได้จากการขายหุ้นล็อตนี้ ส่วนหนึ่งจะโยนใส่กองกลาง เพื่อนำไปประมูลลิขสิทธิ์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 3 ฤดูกาล มูลค่าประมาณ 2,000-3,000 ล้านบาท ส่วนที่ต้องหามาเพิ่มจะนำมาจากกระแสเงินสด เพราะเราได้งดจ่ายเงินปันผลก็มีเงินสดเหลือ

พี่ใหญ่วงการบันเทิงเผยไต๋กลยุทธ์โตแบบ "เงินไม่กระดิก" ต่อว่า อยากชักชวนคู่แข่ง (ช่อง 3) ที่จะเข้าประมูลลิขสิทธิ์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกมาเป็น "พันธมิตร" กัน เพราะขนาดไซส์ค่อนข้างใหญ่มาทำร่วมกันน่าจะดีกว่า ยอมรับว่าเป็นเรื่อง "ยาก" แต่ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ หากเราชนะการประมูลอาจมีรายได้ปีละกว่า 1,000 ล้านบาท

อากู๋ฉายภาพแผนธุรกิจภายใน 5 ปีข้างหน้า (2555-2559) ให้ฟังว่า รายได้และกำไรสุทธิมีโอกาสเติบโตมากกว่า "เท่าตัว" ก่อนจะพูดขึ้นว่า "คุณไม่เชื่อใช่มั้ยละ!" ในอนาคตรายได้จะมาจากจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ 50% และจีเอ็มเอ็ม วันสกาย 50%

เจ้าตัวคุยแบบไม่กลัวเสียฟอร์มว่า จีเอ็มเอ็ม วันสกาย ตัวนี้ต้อง “ไฮไลท์” หนาๆ เขาจะเป็น “พระเอก” ที่หล่อมาก (หัวเราะ) จะโกยกำไรตั้งแต่ปีแรก (2555) แตกต่างจากธุรกิจทั่วไปที่ต้องขาดทุนในปีแรกๆ ผมตั้งเป้าจะขายกล่องวันสกายประมาณ 5 ล้านกล่อง คิดง่ายๆยอดขายจะเพิ่มขึ้นปีละ 1 ล้านกล่อง ถึงปี 2559 ก็เข้าเป้าหมายพอดี

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin วันที่ตอบ 2012-04-22 15:41:38


ความคิดเห็นที่ 4 (3284376)

"ผมเชื่ออีก 5 ปีข้างหน้า เสากางปลาหายหมดแน่! และจะมีจานดาวเทียมเข้ามาแทนที่ ฉะนั้นกล่องวันสกายจะเป็นหนึ่งในหลายๆ ผู้ผลิตที่ผู้บริโภคเลือกใช้ เรามีรายการดีๆ ให้คุณเลือกชมมากมาย เรามีแผนจะประมูลคอนเทคใหม่ๆเพิ่มขึ้นทุกปี อย่างล่าสุดช่อง Money Channel (แกรมมี่ถือหุ้น 50%) ได้จับมือกับ “วีจีไอ โกลบอล มีเดีย” (บีทีเอสถือหุ้น 100%) เพื่อรายงานข่าวและสรุปภาวะการซื้อขายหลักทรัพย์ ผ่านจอทีวีบนรถไฟฟ้าบีทีเอส เราหวังเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายวันละ 600,000 คน"

เมื่อจานดาวเทียมมากขึ้น ในขณะที่ผู้บริโภคก็สูงขึ้น ค่าโฆษณาจากนาทีละ 4,000 บาท ก็มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้น เพื่อให้ใกล้เคียงโฆษณาในฟรีทีวี ปัจจุบันราคาโฆษณาฟรีทีวีอยู่ที่นาทีละ 400,000 บาท "ผมบอกแค่นี้..คุณไปคิดต่อสิ!ว่า อนาคตหุ้น GRAMMY จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร" ส่งสัญญาณแบบไม่มีอ้อมค้อม

อากู๋ บอกเหตุผลที่หันมารุกธุรกิจกีฬาว่า ตลาดกีฬามันใหญ่กว่าตลาดเพลงค่อนข้างมาก เห็นได้จากสปอนเซอร์ที่ยอมจ่าย ดูอย่าง “ยามาฮ่า” โทรมาขอเป็นสปอนเซอร์กีฬาฟุตบอลนัดเดียว ราคาสูงถึงหลักแสนบาทเขายังยอม อีกอย่างธุรกิจของ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ขยายตัวมาค่อนข้างมากแล้ว บอกตรงๆไม่รู้จะเติบโตไปทางไหนแล้ว จากนี้ไปจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ คงจะขยายตัวจาก "ธุรกิจโชว์บิซ" (Show Business) เราจะรุกคืบอย่างจริงจัง เพราะนี่คือ "ธุรกิจต้นน้ำ" ที่มีสินทรัพย์มากมายมาต่อยอดรายได้กลับมาจำนวนมาก

“พระรอง” ตัวต่อไปของจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ คือ "ธุรกิจโฮมช้อปปิ้ง" ซึ่งเราได้ร่วมทุนกับประเทศเกาหลี มูลค่าประมาณ 400-500 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดตัวช่องนี้ ภายในเดือนมิถุนายน นี้ เชื่อว่าจะได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี รวมทั้งจะมีการร่วมทุนกับกลุ่มโพสต์ พับลิชชิ่ง เปิดตัวทีวีดาวเทียมช่องข่าวอีก 1 ช่อง

ส่วนแผนธุรกิจในปี 2555 แม่ทัพใหญ่แกรมมี่ พูดติดตลกว่า “ไม่อยากพูดมาก กลัวหุ้นขึ้น เดี๋ยวเจ้าของ (ตัวเอง) ไม่มีโอกาสซื้อ (หัวเราะ)" ดูคร่าวๆ เชื่อว่ารายได้ปีนี้ 12,000 ล้านบาท เราทำได้แน่! แบ่งเป็นรายได้จากจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ 80% และจีเอ็มเอ็ม วันสกาย 20% หรือประมาณ 2,000-2,500 ล้านบาท

“ผลประกอบการปี 2554 ถ้าไม่เจอเหตุการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ เราน่าจะโกยรายได้มากกว่า 10,000 ล้านบาทไปแล้ว จากที่ทำได้แค่ 9,445 ล้านบาท แต่ปีนี้รับรองยิ้มออกกันทั่วหน้า” เจ้าตัว "คุย" แบบไม่มีกั๊ก!!

อากู๋ไม่ลืมเรียกเรตติ้งกับแฟนหุ้นด้วยว่า วันหนึ่ง..ผมเคยบอกว่าราคาเป้าหมายหุ้น GRAMMY ควรยืน 30-40 บาท หลายคนแย้งว่า "แพงเวอร์" แต่วันนี้เป้าหมายใหม่ของผมคือ 100 บาท "ไม่เชื่อคอยดู...แต่เมื่อไรไม่รู้!!"

เจ้าตัวยังยกย่อง "ขุนศึกข้างกาย" พร้อม "คุยทับ" คู่แข่งว่า จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ถือเป็นองค์กรที่มี "คนเก่ง" มากที่สุดในเมืองไทย คุณว่า “พี่ฉอด” สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา “พี่เล็ก” บุษบา ดาวเรือง “โจ้” ธนา เธียรอัจฉริยะ คุณคิดว่าเขาไม่เก่งเหรอ!!!

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin วันที่ตอบ 2012-04-22 15:42:00



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.
แสงทองโทรทัศน์ จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า และจานดาวเทียม จ.เพชรบุรี โทรศัพท์ 032-437117 , 032-461453 , 085-9746-444