ReadyPlanet.com


ลองมารู้จักระบบการส่งแบบ mpeg4 ที่ทาง ASTV จะนำมาใช้กันนะครับ


MPEG-4
รายละเอียด เรา-ท่านอาจจะคุ้นเคยกันดีกับคำว่า MPEG-2 ที่เกี่ยวข้องอยู่กับระบบการทำงานของ DVD-Video
ซึ่งทำหน้าที่ในการ”ลดรูปข้อมูล” ดิจิตอลทั้งในส่วนภาพและเสียง ...แล้วมาวันหนึ่งเราก็ได้พบกับคำว่า
MPEG-4 ซึ่งก็ โอ.เค.(เบตง)กันล่ะ ว่าน่าจะเกี่ยงโยงไปถึงเรื่องของ MPEG-2 ทว่าสำหรับคำว่า DivX
นั้นหลายท่านอาจจะงง ซึ่งก็รวมทั้งตัวกระผมด้วยจึงต้องค้นคว้ามาเป็นรู้ไว้ใช่ว่ากันเสียหน่อย
DivX นั้นมีลิขสิทธิ์คุ้มครองนะครับมิใช่เปิดกว้างทั่วไป
โดยมีลักษณะหรือรูปแบบการบันทึกข้อมูลนั้นเป็นแบบ
ไฟล์ข้อมูลที่ผ่านการลดรูปลงมายิ่งกว่าที่ใช้งานอยู่ใน
MPEG-2 อยู่ประมาณ 1 ใน 8 แต่ยังคงได้คุณภาพที่รับชมในระดับที่ใกล้เคียงกับ DVD-Video โดยใช้เทคโนโลยี
MPEG-4
จุดประสงค์เริ่มแรกของการพัฒนา DivX
ขึ้นมานั้นก็เพื่อให้สามารถทำการส่งข้อมูลภาพขนาดใหญ่ๆอย่างภาพวิดีโอไปทางอินเตอร์เน็ตได้
โดยการย่อย่นข้อมูลลงมาให้เล็กลงแต่ยังคงคุณภาพได้ในระดับสูง ตรงนี้เองที่เทคโนโลยี MPEG-4
เข้ามาเกี่ยวข้อง ลักษณะของข้อมูลจึงเป็นแบบ ไฟล์ข้อมูล
แต่เนื่องจากระบบการส่งและรับข้อมูลหรืออ่านข้อมูล DivX นั้นมีการเข้ารหัส-ถอดรหัสอย่างที่เรียกกันว่า
codec การรับชมจึงต้องใช้ DivX® codec โดยเฉพาะทั้งในส่วนของ software และ player
เราสามารถบันทึกข้อมูล DivX Video ลงสู่แผ่น CD-R ทั่วไป
ทำให้เราสามารถรับชมภาพยนตร์หนึ่งเรื่องได้จากแผ่น CD-R เพียงแผ่นเดียว
และที่สำคัญยังคงได้รับคุณภาพในระดับใกล้เคียงกับ DVD-Video
MPEG-4 นั่นเป็นมาตรฐาน ISO/IEC (หมายเลขISO/IEC 14496) ที่พัฒนาขึ้นมาโดย MPEG (Moving Picture
Experts
Group) และผ่านการยอมรับในความเป็นมาตรฐานเมื่อเดือน มกราคม พ.ศ.2542(ค.ศ.1999)
ทว่าเทคโนโลยีนี้ก็ถูก”ดอง”เอาไว้เกือบหนึ่งปี จนกระทั่งช่วงต้นปี 2000 ที่ผ่านมานี่เอง
เทคโนโลยีจึงเป็นที่แพร่หลายและได้รับการพัฒนาออกไปในวงกว้าง
จุดประสงค์หลักๆในการคิดค้นพัฒนาเทคโนโลยี MPEG-4 ขึ้นมาก็เพื่อ
- ระบบการส่งสัญญาณภาพของระบบทีวีดิจิตอล
- Interactive graphics applications และ
- Interactive multimedia (อย่างเช่น อินเตอร์เน็ต)


ผู้ตั้งกระทู้ preecha :: วันที่ลงประกาศ 2006-03-16 15:43:33


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (418625)
DivX ทำไมจึงเกี่ยวข้องกับ MPEG-4
เรา-ท่านอาจจะคุ้นเคยกันดีกับคำว่า MPEG-2 ที่เกี่ยวข้องอยู่กับระบบการทำงานของ DVD-Video
ซึ่งทำหน้าที่ในการ”ลดรูปข้อมูล” ดิจิตอลทั้งในส่วนภาพและเสียง ...แล้วมาวันหนึ่งเราก็ได้พบกับคำว่า
MPEG-4 ซึ่งก็ โอ.เค.(เบตง)กันล่ะ ว่าน่าจะเกี่ยงโยงไปถึงเรื่องของ MPEG-2 ทว่าสำหรับคำว่า DivX
นั้นหลายท่านอาจจะงง ซึ่งก็รวมทั้งตัวกระผมด้วยจึงต้องค้นคว้ามาเป็นรู้ไว้ใช่ว่ากันเสียหน่อย
DivX นั้นมีลิขสิทธิ์คุ้มครองนะครับมิใช่เปิดกว้างทั่วไป
โดยมีลักษณะหรือรูปแบบการบันทึกข้อมูลนั้นเป็นแบบ ไฟล์ข้อมูลที่ผ่านการลดรูปลงมายิ่งกว่าที่ใช้งานอยู่ใน
MPEG-2 อยู่ประมาณ 1 ใน 8 แต่ยังคงได้คุณภาพที่รับชมในระดับที่ใกล้เคียงกับ DVD-Video โดยใช้เทคโนโลยี
MPEG-4
จุดประสงค์เริ่มแรกของการพัฒนา DivX
ขึ้นมานั้นก็เพื่อให้สามารถทำการส่งข้อมูลภาพขนาดใหญ่ๆอย่างภาพวิดีโอไปทางอินเตอร์เน็ตได้
โดยการย่อย่นข้อมูลลงมาให้เล็กลงแต่ยังคงคุณภาพได้ในระดับสูง ตรงนี้เองที่เทคโนโลยี MPEG-4
เข้ามาเกี่ยวข้อง ลักษณะของข้อมูลจึงเป็นแบบ ไฟล์ข้อมูล
แต่เนื่องจากระบบการส่งและรับข้อมูลหรืออ่านข้อมูล DivX นั้นมีการเข้ารหัส-ถอดรหัสอย่างที่เรียกกันว่า
codec การรับชมจึงต้องใช้ DivX® codec โดยเฉพาะทั้งในส่วนของ software และ player
เราสามารถบันทึกข้อมูล DivX Video ลงสู่แผ่น CD-R ทั่วไป
ทำให้เราสามารถรับชมภาพยนตร์หนึ่งเรื่องได้จากแผ่น CD-R เพียงแผ่นเดียว
และที่สำคัญยังคงได้รับคุณภาพในระดับใกล้เคียงกับ DVD-Video
MPEG-4 นั่นเป็นมาตรฐาน ISO/IEC (หมายเลขISO/IEC 14496) ที่พัฒนาขึ้นมาโดย MPEG (Moving Picture Experts
Group) และผ่านการยอมรับในความเป็นมาตรฐานเมื่อเดือน มกราคม พ.ศ.2542(ค.ศ.1999)
ทว่าเทคโนโลยีนี้ก็ถูก”ดอง”เอาไว้เกือบหนึ่งปี จนกระทั่งช่วงต้นปี 2000 ที่ผ่านมานี่เอง
เทคโนโลยีจึงเป็นที่แพร่หลายและได้รับการพัฒนาออกไปในวงกว้าง
จุดประสงค์หลักๆในการคิดค้นพัฒนาเทคโนโลยี MPEG-4 ขึ้นมาก็เพื่อ
- ระบบการส่งสัญญาณภาพของระบบทีวีดิจิตอล
- Interactive graphics applications และ
- Interactive multimedia (อย่างเช่น อินเตอร์เน็ต)
ผู้แสดงความคิดเห็น preecha วันที่ตอบ 2006-03-16 15:44:40


ความคิดเห็นที่ 2 (418626)
DVI คืออะไร
DVI และ HDMI จะเหมาะมากกับระบบการสร้างภาพที่อิงระบบดิจิตอลโดยตรงอย่างเช่น PLASMA และ LCD
เพราะเป็นข้อมูลภาพแบบ PIXEL-BASED ส่วน RGB และ VGA
จะเหมาะที่สุดกับระบบการสร้างภาพที่เป็นระบบอนาล็อกขนานแท้อย่างเช่น CRT monitor บางท่านเข้าใจว่า
component นั้นดีที่สุด แต่ในความเป็นจริงแล้วมิใช่ อาจเพราะไปสับสนกับความเป็น 3
ช่องสัญญาณแถมมีสีแดง-เขียว-น้ำเงินกำกับอยู่ ก็เลยคิดว่า นี่แหละคือ สัญญาณแม่สีทั้งสาม แบบเดียวกับ
RGB ทั้งๆที่ต่างกันมาก เพราะยังคงเป็นสัญญาณต่างสี มิใช่สัญญาณแม่สีแท้ๆแบบ RGB
ผมเองเน้นอยู่เสมอมาว่า ดิจิตอลนั้นคือความลวงหลอก ทำได้แค่เสมือนจริง หรืออาจจะถึงขนาดเกินจริง
แต่ไม่มีวันทำได้ดังของจริง
เพราะดิจิตอลต้องอาศัยการสุ่มสร้างตัวอย่างข้อมูลเป็นฐานในการสร้างโครงสร้างหลักของข้อมูลที่จะจำลองขึ้น

มา ยิ่งเทคโนโลยีได้รับการพัฒนาก้าวหน้าขึ้นมากเพียงไร
เรา-ท่านก็จะยิ่งห่างไกลจากความเป็นจริงมากขึ้นเพียงนั้น
เพราะระบบดิจิตอลที่ก้าวหน้ามากๆจะยิ่งอิงกับระบบเข้ารหัสและถอดรหัส (codec) ที่มีการลดรูปข้อมูลสูงๆ
โดยคำนึงถึงเพียงแค่เรื่องว่า “จับความแตกต่างแทบไม่ออก” มิได้ยึดหลักของความครบถ้วนของข้อมูล
ตัดส่วนที่ตัดออกไปได้มากที่สุด ซึ่งคิดว่าไม่สำคัญ จนลืมนึกถึงเรื่องขององค์ประกอบในรายละเอียดโดยรวม
ไม่ต้องดูอื่นไกล ไฉน CD จึงสู้ LP ไม่ได้ ในแง่ของการบ่งบอกองค์ประกอบของบรรยากาศสภาพเสียง ทั้งๆที่
CD
ให้ความสงัดที่มากกว่า หรือว่า MP3 ก็ให้เสียงสู้ CD ไม่ได้ในแง่รายละเอียดเสียง หรือว่า MPEG2
อย่างไงก็เทียบกับ ฟิล์มภาพยนตร์ ไม่ได้
กระทั่งกล้องดิจิตอลที่ให้รายละเอียดจุดภาพระดับสิบล้านพิกเซลก็ยังสู้กล้องฟิล์มสไลด์ 64 ASA
ไม่ได้กระนั้น
ผู้แสดงความคิดเห็น preecha วันที่ตอบ 2006-03-16 15:45:36


ความคิดเห็นที่ 3 (418630)
ข้อมูลมาจาก astv-forum
ผู้แสดงความคิดเห็น preecha วันที่ตอบ 2006-03-16 15:46:36


ความคิดเห็นที่ 4 (1157397)
ผู้แสดงความคิดเห็น _ ›ำ^๖ฝขถ จ วันที่ตอบ 2007-09-16 20:56:55



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.
แสงทองโทรทัศน์ จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า และจานดาวเทียม จ.เพชรบุรี โทรศัพท์ 032-437117 , 032-461453 , 085-9746-444