ReadyPlanet.com


เบื้องหลังยุทธการล่าดาว ปฏิบัติการดับจอ “พีทีวี”


เรื่องมันฟ้อง
       โดย...กรงเล็บ
       
       ในภาวะที่ผู้คนยังคงโศกสลดกับเหตุการณ์วันที่ 10 เมษายน 2553 และกำลังหดหู่หัวใจกับความรู้สึกที่คิดว่า รัฐบาล กองทัพ และคุณงามความดีของสังคมไทยกำลังพ่ายแพ้ต่อโจรกบฏแดง จนเกือบจะอยู่ในสภาพที่สิ้นหวัง เพราะคิดว่ารัฐบาลจัดการอะไรไม่ได้
       
       แต่ยังมีอีกแนวรบหนึ่งที่คนไทยหลงลืมไป นั่นก็คือ ยุทธการล่าดาว ที่รัฐบาลเดินหน้าเป็นด่านแรกหลังจากประกาศ พรก.ฉุกเฉิน ด้วยการทำให้ พีทีวี ซึ่งเป็นหัวใจในการสื่อสารของเสื้อแดงจอดับ
       
       เส้นทางล่าดาวของหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มอบหมายภารกิจสำคัญนั้น ว่ากันว่าวิบากยิ่ง เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะปิดทีวีดาวเทียม เนื่องจากกลไกในการส่งสัญญาณออกอากาศนั้นมีความสลับซับซ้อนทางเทคนิคไม่น้อย
       
       ในระหว่างปฏิบัติการฝ่ายแดงก็มีหน่วยต้านที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านอิเล็กทรอนิคส์ตามแก้ไข และสุดท้ายก็ใช้วิธีอันธพาลบังคับขู่เข็ญให้ไทยคมต้องปล่อยสัญญาณออกอากาศ หลังเหตุการณ์ 10 เมษายน ซึ่งกลไกรัฐโดยเฉพาะกองทัพ และตำรวจ อยู่ในสภาพเป็นอัมพาต เคลื่อนไหวไม่ได้
       
       จน ทักษิณ ย่ามใจประกาศผ่านเอสเอ็มเอสทักษิณไลฟ์ว่า พีทีวีจอสว่างรับชมได้ทุกคลื่นสัญญาณตามเดิม โดยคิดว่า เสื้อแดงชนะในทุกแนวรบ กุมสภาพปั๊มหัวใจให้ พีทีวี กลับมาออกอากาศได้อีกครั้ง
       
       ท่ามกลางความท้อแท้ของสังคมไทย หน่วยปฏิบัติการพิเศษชุดดังกล่าวยังคงทำสงครามดับจอพีทีวีอย่างต่อเนื่อง และประสบความสำเร็จอีกครั้งเมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 13 เมษายนที่ผ่านนี้เอง
       
       ไม่น่าเชื่อว่าเจ้าพ่อดาวเทียม นช. ทักษิณ ผู้ที่มีประสบการณ์ มีทีมงานที่เชี่ยวชาญ ในการต่อสู้สงครามอิเลคทรอนิคส์ จะแพ้รัฐบาลอานาล็อคอย่างราบคาบ


ผู้ตั้งกระทู้ preecha :: วันที่ลงประกาศ 2010-04-17 15:06:38


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (3171267)

ในสมัยที่นช. ทักษิณอยู่ในอำนาจ ก็มีความพยายามที่จะปิด เอเอสทีวี

 ซึ่งออกอากาศทาง เคยูแบนด์ แต่ก็ทำไม่สำเร็จ จนสุดท้ายรัฐบาล นช.ทักษิณก็เป็นฝ่ายเจ๊งไปเอง

 ก่อนที่จะพลิกความพ่ายแพ้ให้เป็นโอกาสด้วยการนำบทเรียนนี้ มาทำทีวีแดง หรือรู้จักกันในนาม พีเพิลแชแนล
       
       เริ่มต้นจากการออกอากาศเฉพาะในย่านซีแบนด์ เชื่อมต่อสัญญานอัพลิงค์ในประเทศไทยที่ลาดหลุมแก้ว

ผ่านดาวเทียมไทยคม และเอา foot print ของซีแบนด์ที่รับได้ในเกาะฮ่องกง มา turn around

ขึ้นเชื่อมต่อสัญญาณอัพลิงค์ ขึ้นสู่ดาวเทียม nss6 ทำให้คนที่มีจานเล็กที่ดูเอเอสทีวี

ได้สามารถรับทีวีแดงได้เหมือนกัน
       
       แต่จุดอ่อนตรงนี้คือ ถ้าปิดสัญญาณซีแบนด์ได้ ก็จะทำให้สัญญาณ เคยูแบนด์ล้มไปด้วย

ฉะนั้นเมื่อ รัฐบาลได้ใช้กำลังเข้าไปยึดไทยคม โดยอาศัย พ.ร.ก. ฉุกเฉินในช่วงเมษายนปีที่แล้ว

 และทำการตัดสัญญาณอัพลิงค์ ที่ลาดหลุมแก้ว ปิดสัญญาณซีแบนด์ ทำให้ระบบเคยูแบนด์ดับไปด้วย
       
       มาคราวนี้ นช. ทักษิณจึงปรับกลยุทธใหม่ นอกจากจะพัฒนาระบบทีวีให้ปิดยากขึ้นแล้ว

 ยังต่อยอดทำโรงเรียน นปช. ใช้พีทีวี ล้างสมองประชาชนด้วยชุดความคิด

ที่เป็นอันตรายต่อสถาบันหลักของชาติ
       
       โดยมีการออกแบบระบบการออกอากาศมาอย่างดี มีความรอบคอบ

มีระบบสำรอง ด้วยการใช้สองระบบแยกออกจากกันอย่างสิ้นเชิง คือซีแบนด์อัพลิงค์ขึ้นไทยคม 5 ส่วน เคยูแบนด์ผ่านทางอินเตอร์เนต ไปอัพลิงค์สัญญานที่เกาะฮ่องกง ขึ้นสู่ดาวเทียว nss6 ดังนั้นเมื่อปิดซีแบนด์ ก็ยังคงมีเคยูแบนด์เหลืออยู่
       
       นอกจากนี้ นช.ทักษิณยังป้องกันการตัดสัญญาณอัพลิงค์ในเมืองไทย โดยไปจ้างบริษัท rrsat ที่อิสราเอล อัพลิงค์สัญญานขึ้นไทยคม 5 ที่อิสราเอล ทำให้รัฐไม่สามารถที่จะตัดการอัพลิงค์ได้ เนื่องจากไม่ได้อัพลิงค์ในประเทศไทย และถ้ารัฐจะปิดช่องสัญญาณ transponder ก็จะกระทบต่อประเทศอื่นๆ ที่ใช้ช่องสัญญาณเดียวกัน
       
       ส่วนระบบเคยูแบนด์นั้น ก็เป็นการเชื่อมต่อสัญญาณผ่านทางอินเตอร์เนต ลักษณะเดียวกับ เอเอสทีวี ทำให้แทบจะไม่มีโอกาสปิดได้เลย หรือถ้าจะยิงสัญญาณกวนก็จะกระทบกับเอเอสทีวี
       
       พูดง่ายๆคือเอาเอเอสทีวีมาเป็นเกราะกำบัง

ผู้แสดงความคิดเห็น preecha วันที่ตอบ 2010-04-17 15:09:28


ความคิดเห็นที่ 2 (3171269)
นช.ทักษิณจึงเชื่อว่าจะไม่มีใครสามารถปิดทีวีแดงได้ในรอบนี้ เมื่อ รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ผู้คนในสังคมก็แปลกใจมาก ว่าทำไม นปช จึงไปล้อมที่ไทยคม จังหวัดนนทบุรี แต่ไม่ไปล้อมที่ลาดหลุมแก้ว กลับปล่อยให้รัฐบาลเข้าไปยึดลาดหลุมแก้วได้ง่ายๆ
       
       คำตอบก็คือ ถ้ารัฐจะปิดช่องสัญญาณ transponder ต้องไปใช้ ระบบ telemitry ที่ไทยคม จังหวัดนนทบุรี และก็คงชอบใจเมื่อเห็นรัฐบาลหลงกลไปที่ลาดหลุมแก้ว
       
       โดยลืมคิดไปว่าทีมปฏิบัติการล่าดาวของ อภิสิทธิ์ ก็ไม่ได้มีหัวไว้แค่คั่นหู แต่มีสมองคิดตลบหลัง นช. ทักษิณ อย่างแยบยล เรียกว่าทำเอาเซียนดาวเทียมหน้าแหกไปตามๆกัน ด้วยการส่งสัญญาณอัพลิงค์ที่ลาดหลุมแก้วด้วยคลื่นความถี่เดียวกันเข้าไปกวน จนสัญญาณล่ม
       
       แต่ที่ทำเอา นช. ทักษิณลมออกหูก็คือหลังจากที่ปิดซีแบนด์ไปแล้ว ปฏิบัติการปิดเคยูแบนด์ก็เดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว โดยไม่ส่งผลกระทบต่อลูกค้ารายอื่นแต่อย่างใด แหล่งข่าวในวงการดาวเทียมระบุว่า การที่รัฐบาลประสบความสำเร็จในการปิดเคยูแบนด์นั้น เป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมาก เพราะต้องปิดการเชื่อมต่ออินเตอร์เนตไปฮ่องกงของทีวีแดง
       
       ซึ่งหมายความว่าต้องมีหนอนบ่อนไส้ในทีวีแดงบอกเบอร์ไอพี หรือรัฐบาลมีแฮกเกอร์ระดับโลกทำงานให้ เพราะสามารถแฮกข้อมูลนี้มาได้ ทำให้ทั้งสองระบบดับลงอย่างสิ้นเชิง
       
       อย่างไรก็ตาม นช. ทักษิณก็ยังไม่ยอมแพ้เรื่องนี้ง่ายๆ ดำเนินการอัพลิงคื์ซีแบนด์ผ่านดาวเทียมดวงใหม่ที่ชื่อ telstar 10 แต่รัฐบาลก็ตอบโต้กลับอย่างรวดเร็วโดยการส่งสัญญาณดาวเทียมด้วยคลื่นความถี่ เดียวกันกวนสัญญาณจนทำให้ซีแบนด์ดับไปอีกหน นช.ทักษิณก็เลยต้องส่งนปชไปยึดลาดหลุมแก้วคืน เพื่อปิดการกวนสัญญาณของรัฐบาลที่ใช้ลาดหลุมแก้วเป็นที่ตั้ง
ผู้แสดงความคิดเห็น preecha วันที่ตอบ 2010-04-17 15:10:40


ความคิดเห็นที่ 3 (3171271)
แต่รัฐบาลก็วางแผนมาอย่างดี เมื่อใช้ลาดหลุมแก้วเป็นฐานที่มั่นหลักไม่ได้ ก็แปรสภาพนักรบล่าดาวมาเป็นจรยุทธล่าดาวแทน ประกอบดาวเทียมในสถานที่ไม่เปิดเผยเพื่อส่งสัญญาณกวนคลื่นความถี่ทำให้ฝ่าย แดงหาจุดกวนสัญญาณไม่เจอ
       
       เมื่อเพลี่ยงพล้ำอีกครั้ง นช.ทักษิณก็หันไปซบอก ฮุน เซนใช้การเชื่อมสัญญาณจากเขมร โดยคราวนี้ขึ้น สามความถี่ ชีแบนด์ สองความถี่ และ เคยูแบนด์หนึ่งความถี่ แต่ปรากฎว่ารัฐบาลก็ยังสามารถสกัดทั้งสามความถี่ได้อีก นช.ทักษิณเลยต้องส่งอริสมันต์ พงษ์เรื่องรองไปหิ้วตัวกรรมการผู้จัดการใหญ่ของแคทเทเลคอม เพราะเข้าใจว่ารัฐบาลใช้แคทเทเลคอมเป็นตัวก่อกวนสัญญาณ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากจอยังดับเหมือนเดิม นช. ทักษิณเลยดิ้นรนกลับไปใช้ เคยูแบนด์ผ่าน nss6 ใหม่ โดยไปใช้เน็ตความเร็วสูงในต่างประเทศแทนที่จะใช้ในเมืองไทย และคงมั่นใจว่าจะชนะสงครามอิเล็กทรอนิคส์ครั้งนี้
       
       แต่ปรากฎว่ารัฐบาลก็ยังสามารถไปตัดสัญญาณได้แบบเหนือความคาดหมาย โดยไปตัดสัญญาณจากปลายทาง ทำให้ทีวีแดงไม่สามารถออกอากาศได้ตั้งแต่กลางดึกของคืนวันที่ 13 เมษายนที่ผ่านมา
       
       ปฏิบัติการของหน่วยล่าดาวที่ อภิสิทธิ์ ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง คงเป็นคำตอบให้กับประชาชนได้ว่า เขาไม่คิดถอดใจและยังพยายามปฏิบัติภารกิจในฐานะผู้นำประเทศเพื่อนำบ้านเมือง สู่ความสงบโดยเร็ว แม้กลไกรัฐจะไม่เป็นใจ และมีกรอบข้อจำกัดล้อมรอบตัวเขามากมาย
       
       เขาก็ยังเดินหน้าต่อในภารกิจที่เขาทำได้และไม่เสี่ยงต่อการเกิดความ สูญเสีย แต่เป็นหัวใจสำคัญในการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง ซึ่งหวังใช้พีทีวีที่มีผู้ชมหลายล้านคนในปัจจุบัน มาเป็นเครื่องมือในการปลุกระดม เมื่อการบิดเบือนข้อเท็จจริงมิอาจทำได้ในวงกว้าง ความพยายามที่จะแยกประชาชนออกจากผู้ก่อการร้ายก็จะง่ายขึ้น
       
       ภารกิจต่อไปคือ ยกระดับการล่าดาวมาเป็นยึดดาว ต้องซื้อดาวเทียมไทยคมกลับคืนมา ซึ่งจากที่คำนวณก็น่าจะใช้งบประมาณราว 5 พันล้านบาท ซึ่งถือว่าถูกมากแลกกับภัยคุกคามด้านความมั่นคงของประเทศ และควรนำเงิน 4.6 หมื่นล้านบาทที่ศาลมีคำสั่งยึดทรัพย์ไปซื้อดาวเทียไทยคมสมบัติชาติที่ถูก ปล้นไปกลับคืนมา
       
       จากนั้นก็ต้องทำให้สังคมส่วนใหญ่เห็นชัดเจนว่า หากไม่ต้องการให้เกิดความสูญเสียก็ยากที่รัฐจะเข้าปฏิบัติการขอคืนพื้นที่ บริเวณราชประสงค์ได้ เพราะมีบทเรียนจาก 10 เมษายนมาแล้ว แต่ถ้าเห็นว่ารัฐต้องจัดการกับอันธพาลโจรกบฏก็ต้องรับให้ได้ว่าอาจมีความสูญ เสียเกิดขึ้น
       
       เนื่องจากทหารที่จะกลับเข้าไปคราวนี้ต้องติดอาวุธครบมือ ซึ่งเชื่อว่า อภิสิทธิ์ คงคลายปมการเมืองก่อน เพื่อให้เงื่อนไขของผู้ชุมนุมลดลง ด้วยการประกาศยุบสภาอาจจะภายในเวลา 6 เดือน จากนั้นหากกบฏแดงยังไม่ตอบสนองดึงดันทำตัวเป็นโจรนอกกฎหมาย ก็ถึงเวลาที่ต้องจัดการตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
ผู้แสดงความคิดเห็น preecha วันที่ตอบ 2010-04-17 15:13:03



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
แสงทองโทรทัศน์ จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า และจานดาวเทียม จ.เพชรบุรี โทรศัพท์ 032-437117 , 032-461453 , 085-9746-444